หนึ่งในคำถามที่นักลงทุนหลายคนสงสัย นั่นคือเรื่องสัญญาณ “Divergence” ปกติแล้วเวลาที่เราได้ยินคำว่า Divergence หลายคนคงจะพอเห็นภาพว่ามันคือ “สัญญาณเตือนการกลับตัว” ซึ่งเกิดจากการที่ทิศทางของ “ราคา” และ “อินดิเคเตอร์” วิ่งสวนทางกัน โดยหลัก ๆ แล้วจะมีอยู่ 2 รูปแบบ ได้แก่
แนวคิดนี้ดูเหมือนจะตรงไปตรงมา แต่คำถามต่อมาคือ… “แล้วเราควรใช้อินดิเคเตอร์ตัวไหน” เพราะหน้างานจริง หลายครั้งเราจะพบว่าอินดิเคเตอร์ตัวนึงเกิด Divergence แต่อีกตัวกลับไม่เกิด สรุปแล้วที่เราเห็นอยู่มันคือสัญญาณการกลับตัวหรือไม่
บทความนี้เราจะมาไขข้อสงสัยนี้ให้กระจ่าง โดยเจาะลึกเปรียบเทียบเครื่องมือยอดฮิต 3 ตัว ได้แก่ MACD RSI และ Stochastic ครับ
เนื่องจาก MACD ถูกสร้างมาจาก “เส้นค่าเฉลี่ย” (Moving Average) จึงเน้นการจับเทรนด์และแรงส่ง (Momentum) ของราคาเป็นหลัก เวลาราคามีความผันผวนในระยะสั้น MACD จะไม่ค่อยแกว่งตัวตามไปด้วยง่าย ๆ
หลักการทำงานของ RSI คือการวัด “ความเร็วและแรงส่ง” (Momentum) ของราคา ว่าตอนนี้แรงซื้อหรือแรงขายฝั่งไหนมีมากกว่ากัน ถือเป็นอินดิเคเตอร์ที่มีความสมดุล คือไม่ได้เชื่องช้าแบบ MACD แต่ก็ไม่ได้อ่อนไหววิ่งตามราคาไปซะทุกจังหวะ
หลักการทำงานของ Stochastic จะเปรียบเทียบราคาปัจจุบันกับกรอบราคาสูงสุด-ต่ำสุดในอดีต (ช่วงเวลาสั้น ๆ) ทำให้มันเป็นเครื่องมือที่ไวต่อการแกว่งตัวของราคามาก ๆ แค่ราคาขยับขึ้นลงนิดเดียว ตัวเส้นอินดิเคเตอร์ก็พร้อมจะสวิงตามไปแบบติด ๆ
ไม่มี Indicator ตัวไหนสมบูรณ์แบบที่สุดครับ การเลือกใช้ขึ้นอยู่กับ “สไตล์การเทรด” และ “สภาวะตลาด” ณ ขณะนั้น
แค่เข้าใจ Divergence อาจยังไม่พอนะครับ ใครที่อยากต่อยอดทฤษฎีสู่การหาจุดกลับตัวหน้างานจริงให้คมขึ้น และเทรดแบบมั่นใจไม่โดนกราฟสับขาหลอก ผมขอชวนทุกคนมาลุยกันต่อในคอร์ส “9 เซียนอินดิเคเตอร์: ถอดรหัสสัญญาณกราฟเทคนิค”
สิ่งที่คุณจะได้เรียนรู้และได้รับในคอร์สนี้:
🔥 โปรโมชัน Early Bird เพียง 4,800 บาท (จากปกติ 5,900.-)
📅 สมัครภายในวันที่ 8 พ.ค. 69 นี้เท่านั้น
📲 สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ Line: @ThaiQuest
ไทยเควสท์ ใช้คุกกี้ (Cookies) เพื่อมอบประสบการณ์การใช้งานที่ดีที่สุดบนเว็บไซต์ รวมทั้งเพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งาน ท่านสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายคุกกี้