ตลาดผันผวนแบบนี้ เลิก “เดาทิศทางตลาด” แล้วมา “ดูกราฟด้วยอินดิเคเตอร์” กันดีกว่า!

บทความโดย เอิร์ท ภาสวุฒิ

เคยไหมครับ..กับการวิ่งไล่ราคา? เห็นทองพุ่ง น้ำมันเขียว ก็รีบเข้าไปซืื้อเพราะ “กลัวตกรถ” แต่สังเกตไหมครับ…เวลาตลาดจะเริ่มลง กลับไม่มีใครเตือนเราล่วงหน้าเลย!

 

เลิกเดาทิศทางแล้วกลับมาอ่านข้อมูลบนกราฟด้วย 9 อินดิเคเตอร์ตัวท็อป ผมคัด 3 Case Study มาแชร์ให้ดูครับว่า “สัญญาณเตือน” และ “จุดสังเกตจังหวะกลับตัว” สามารถวิเคราะห์ได้อย่างไร… ไปเริ่มเคสแรกกันเลยครับ!

1. PTTEP: ดักทางขาลงด้วย Moving Average MACD และ OBV

ในช่วงนี้ราคาน้ำมันปรับตัวลง โดยปกติหุ้น PTTEP มักจะเคลื่อนไหวล้อตามราคาน้ำมันครับ แต่ถ้าเราอ่านกราฟเป็น เราจะเห็น ‘สัญญาณเตือน’ ล่วงหน้า ช่วยให้ไหวตัวทันก่อนราคาจะร่วงจริง

  • MACD & MA (สัญญาณเตือนขาลง): ในภาพจะเห็นว่า MACD ส่งสัญญาณตัดลง (Cross Down) มาก่อนเพื่อน เป็นการสะกิดบอกเราว่าแรงส่งฝั่งซื้อเริ่มแผ่ว จากนั้นเส้น MA ก็ตัดลงตามเพื่อช่วยยืนยันว่า “แนวโน้ม” มีโอกาสเปลี่ยนเป็นขาลงชัดเจนขึ้น
  • OBV (เครื่องมือยืนยันแรงขาย): ใช้ยืนยันว่ารอบนี้ “ขายจริงหรือแค่หลอก” เมื่อราคาลงแล้ว OBV ดิ่งตามแบบในภาพ มันคือการยืนยันว่ามีแรงขายออกมาจริง ๆ ไม่ใช่แค่การย่อตัวเพื่อไปต่อ

2. S&P500: ส่องจุดกลับตัวด้วย RSI และดูแนวโน้มด้วย DI&ADX

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ช่วงนี้เหวี่ยงแรงมากครับ แต่ก่อนที่ดัชนีจะวิ่งกลับไปทำ New High ถ้าเราสังเกตกราฟดีๆ เราจะเห็น “สัญญาณ” บางอย่างที่บอกว่ารอบใหม่กำลังจะมา 

  • RSI (หาจุดกลับตัว): สังเกตช่วงที่ RSI ลงไปแตะโซนด้านล่าง (Oversold) นั่นคือสัญญาณว่าราคาเริ่ม “ถูกเกินไป” จนเริ่มมีแรงซื้อกลับ ซึ่งเป็นจุดที่ช่วยให้เราหาจังหวะเข้าสะสมได้เปรียบกว่าคนอื่น 
  • DI & ADX (เช็กความแข็งแรง): พอราคาเริ่มเด้ง เราต้องเช็กต่อว่า “ไปจริงหรือแค่หลอก?” โดยดูเส้น DI (เขียวตัดแดงขึ้น) และ ADX ที่เริ่มชี้หัวขึ้น เพื่อช่วยยืนยันว่ารอบนี้เทรนด์ขาขึ้นเริ่มมีกำลัง และมีโอกาสไปต่อได้ไกลขึ้น 

3. จับจังหวะการแกว่งตัวทองคำด้วย Bollinger Bands ATR และ Stochastics

ทองคำคือสินทรัพย์ที่ “เหวี่ยงแรง” การใช้เครื่องมือชุดเดียวอาจไม่พอ

  • BB & ATR (วัดขอบเขตและความแรง): Bollinger Bands ช่วยตีกรอบให้เราเห็น “กรอบ” การวิ่งของราคา ส่วน ATR พอเริ่มปักหัวลงต่อเนื่องแบบนี้ คือสัญญาณบอกว่าทองคำที่เคยเหวี่ยงแรงๆ เริ่ม “นิ่งขึ้น” ความผันผวนลดลง ทำให้เราวางแผนเทรดได้ง่าย ไม่ต้องกังวลว่าราคาจะสะบัดแรง 
  • Stochastics (หาจังหวะในกรอบ): เมื่อราคาเริ่มเคลื่อนที่เข้าใกล้ขอบบนหรือขอบล่างของ BB เราจะใช้ Stochastic มาช่วยดูจังหวะที่ราคาเริ่ม “กลับตัว” เพื่อหาจังหวะซื้อขายในรอบการแกว่งนั้นๆ

ที่ยกมา 3 Case Study นี้ เป็นเพียงส่วนหนึ่งของเทคนิคที่ช่วยให้คุณ ‘เห็น’ ในสิ่งที่คนอื่นมองข้ามครับ

 

จะดีกว่าไหม? ถ้าคุณจะเปลี่ยนการวิเคราะห์กราฟที่ดูยาก ให้กลายเป็นเรื่องง่าย และเทรดได้อย่างมั่นใจในทุกสภาวะตลาด ผมขอแนะนำคอร์ส ‘9 เซียนอินดิเคเตอร์’ หลักสูตรที่จะพาคุณไปเจาะลึก 9 อินดิเคเตอร์ที่นักลงทุนต้องรู้ สอนแบบ Step-by-Step เพื่อหาจุดซื้อขายที่แม่นยำ และไม่หลงทางในตลาดอีกต่อไป

 

 

สิ่งที่คุณจะได้เรียนรู้:

  • หาจังหวะเข้าที่คมกว่าเดิม: ด้วย MA, MACD, RSI และ Stochastics
  • เช็กสุขภาพเทรนด์ให้ชัวร์: ด้วย OBV และ DI&ADX
  • รับมือความผันผวนอย่างมือโปร: ด้วย Bollinger Bands และ ATR

 

⚡ โปรพิเศษ (Early Bird) เหลือเพียง 4,800 บาท (เมื่อสมัครภายใน 8 พ.ค. 69)

ราคาปกติ 5,900 บาท 

 

สนใจสมัคร / สอบถามเพิ่มเติม

LINE: @ThaiQuest

โทร: 02-651-4747