Volume คืออะไร? วิธีวิเคราะห์ Volume คู่กับราคา เช็กแนวโน้มแข็งแรงหรือเริ่มอ่อนแรง

บทความโดย เอิร์ท ภาสวุฒิ

ในช่วงที่ตลาดเป็นขาขึ้นหรือขาลง หลาย ๆ คนมักให้ความสนใจกับกราฟราคา หรืออินดิเคเตอร์ทั่วไป

แต่สิ่งที่บอก “คุณภาพของแนวโน้ม” ได้จริง ๆ คือ Volume หรือปริมาณการซื้อขาย

เพราะ Volume คือแรงสนับสนุนของแนวโน้ม ถ้าราคาปรับตัวขึ้น แต่ Volume ไม่เพิ่มขึ้นตาม แนวโน้มอาจจะไปได้ไม่ไกล ในทางกลับกัน ถ้าราคาปรับตัวลงพร้อม Volume ที่เพิ่มขึ้น ก็สะท้อนแรงขายที่ชัดเจน

บทความนี้จะพาทุกคนมาเข้าใจหลักการวิเคราะห์ Volume เพื่อประเมินว่าแนวโน้มของราคาหุ้นมีโอกาสไปต่อ หรือเริ่มส่งสัญญาณอ่อนแรงแล้ว

Volume คืออะไร และบอกอะไรเราได้?

Volume หรือ “ปริมาณการซื้อขาย” คือจำนวนหุ้นที่มีการซื้อขายกันในแต่ละช่วงเวลา

อธิบายง่าย ๆ คือข้อมูลที่สะท้อนว่า นักลงทุนให้ความสนใจกับหุ้นตัวนั้นมากน้อยแค่ไหน

โดยเมื่อราคาเกิดเป็นแนวโน้ม ไม่ว่าจะเป็นขาขึ้นหรือขาลง เรามักจะเห็น Volume เพิ่มขึ้นตามมา เพราะมีแรงซื้อหรือแรงขายเข้ามาสนับสนุนการเคลื่อนไหวของราคา

ความสัมพันธ์พื้นฐานระหว่างราคาและ Volume

  • ราคาขึ้น + Volume เพิ่ม → มีแรงซื้อสนับสนุนจริง
  • ราคาลง + Volume เพิ่ม → มีแรงขายจริง
  • ราคาแกว่งตัวแบบ Sideways + Volume ลดลง → ตลาดขาดความสนใจ

 

แนวคิดสำคัญคือ
แนวโน้มที่แข็งแรงและมั่นคง ควรสอดคล้องกับทิศทางของ Volume เสมอ

 

อยากดูว่าหุ้นตัวไหน ขึ้นพร้อมแรงซื้อจริง”? เข้าไปที่เมนู Ranking แล้วเลือกเงื่อนไข Vol Surge & Price Up ใน Aspen ได้เลย

การวิเคราะห์ Volume ในแนวโน้มขาขึ้น (Uptrend)

แนวโน้มขาขึ้น คือช่วงที่ราคาทำจุดสูงสุดใหม่ (New High) ต่อเนื่อง นักลงทุนยอมซื้อหุ้นในราคาที่สูงขึ้นเรื่อย ๆ และเมื่อสังเกตไปที่ Volume จะเห็นว่ามีการเพิ่มขึ้นจากช่วง Sideways ก่อนหน้า เพราะมีความสนใจและแรงซื้อในหุ้นตัวนั้น

**สามารถสังเกตง่าย ๆ โดยการใช้งานอินดิเคเตอร์ VMAV ใน Aspen เพื่อดูว่าปริมาณการซื้อขายมากกว่าค่าเฉลี่ยหรือไม่

ลักษณะของขาขึ้นที่มีคุณภาพ

  • ราคาทำจุดสูงใหม่ (Higher High)
  • Volume เพิ่มขึ้นเมื่อราคา Breakout (ทะลุแนวต้าน)
  • แท่งเขียวขนาดใหญ่ มาพร้อม Volume สูงกว่าค่าเฉลี่ย

หากราคาปรับตัวขึ้นสอดคล้องกับ Volume ที่เพิ่มขึ้น
นั่นหมายถึงแนวโน้มขาขึ้นที่มีคุณภาพ และมีโอกาสปรับตัวขึ้นต่อ

สัญญาณเตือนในช่วงขาขึ้น

ถ้าราคาปรับตัวขึ้นแต่ Volume เริ่มลดลงต่ำกว่าค่าเฉลี่ย (สังเกตจากเส้นค่าเฉลี่ยเริ่มวิ่งลง)
เป็นสัญญาณว่าแนวโน้มขาขึ้นเริ่มอ่อนแรง (ยังเป็นขาขึ้นแต่แรงเริ่มน้อยลง)  มีโอกาสเข้าสู่แนวโน้ม Sideways หรือการเปลี่ยนทิศทางในอนาคต

การวิเคราะห์ Volume ในแนวโน้มขาลง (Downtrend)

แนวโน้มขาลง คือช่วงที่ราคาปรับตัวลดลงต่อเนื่อง และทำจุดต่ำสุดใหม่ (New Low) ซ้ำ ๆ โดยในช่วงเริ่มต้นของขาลง มักเกิดแรงขายจำนวนมาก ทำให้ราคาปรับลงแรง พร้อมกับ Volume ที่พุ่งสูงขึ้นอย่างชัดเจน

การที่ราคาลงแรงและมี Volume สนับสนุน แสดงให้เห็นว่าแรงขายมีอยู่จริง และเป็นจุดเริ่มต้นของโครงสร้างขาลงในรอบนั้น

ลักษณะของขาลงที่รุนแรง

  • ราคาทำ New Low ต่อเนื่อง
  • เกิดแท่งแดงขนาดใหญ่
  • Volume พุ่งสูงในช่วงแรกของการปรับตัวลง

 

โดยหลังจากเจอช่วงแรงขายหนัก ๆ Volume จะเริ่มลดลงตามแรงขายที่เบาบางลง

สัญญาณว่าขาลงเริ่มหมดแรง

  • ราคาลงต่อ แต่ Volume ลดลง
  • Volume ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยต่อเนื่อง
  • ราคาเริ่มเคลื่อนไหวแบบ Sideways

เมื่อ Volume ลดลงจนต่ำกว่าค่าเฉลี่ยเป็นระยะหนึ่ง
อาจเป็นสัญญาณให้จับตาว่าแนวโน้มขาลงเริ่มชะลอตัว และอาจเข้าสู่ช่วงสะสมหรือกลับตัว

⚠️ ข้อจำกัดของ Volume Analysis ที่ควรรู้

แม้ Volume จะช่วยยืนยันแนวโน้มได้ดี แต่ก็มีข้อจำกัดเช่นกัน

หุ้นที่มี Volume ต่ำ หากเกิดการซื้อขายเพียงเล็กน้อย ราคาอาจถูกชี้นำได้ง่าย
อาจเกิดภาวะ “ราคาขยับ แต่ Volume ไม่ตาม” ทำให้แนวโน้มเปลี่ยนแปลงได้รวดเร็วและผันผวนสูง

ดังนั้น การใช้ Volume ควรใช้ควบคู่กับโครงสร้างราคา แนวโน้ม และเครื่องมืออื่น ๆ เพื่อเพิ่มความแม่นยำในการวิเคราะห์

แชร์ไปที่: