เจาะลึก Moving Average (MA): วิธีใช้เส้นค่าเฉลี่ยบอกแนวโน้มตลาดและจังหวะเข้าทำกำไร

บทความโดย เอิร์ท ภาสวุฒิ

ถ้าคุณเคยสงสัยว่า “ตอนนี้ตลาดเป็นขาขึ้นหรือขาลง?” หรือ “ควรเข้าซื้อเลย หรือรอดูจังหวะก่อนดี?” คุณควรรู้จักกับ Moving Average (MA) หรือ “เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่” ซึ่งเป็นหนึ่งในเครื่องมือพื้นฐานที่ช่วยให้นักลงทุนมองเห็นแนวโน้มตลาดได้ชัดเจนขึ้น

 

MA คือการนำ “ราคาย้อนหลังหลายวัน” มาคำนวณเป็นค่าเฉลี่ย แล้วแสดงผลออกมาเป็นเส้นบนกราฟทำให้เรามองเห็นภาพรวมของราคาได้ง่ายขึ้นว่า กำลังอยู่ในขาขึ้น (Uptrend), ขาลง (Downtrend) หรือแกว่งตัวออกข้าง (Sideways)

SMA vs EMA เลือกแบบไหนดี?

1️⃣ SMA (Simple Moving Average)

  • ให้น้ำหนักราคาทุกวันเท่ากัน
  • เส้นจะเรียบ นิ่ง ไม่แกว่งง่าย
  • เหมาะกับการดูแนวโน้มระยะกลาง–ยาว

2️⃣ EMA (Exponential Moving Average)

  • ให้น้ำหนักกับ “ราคาล่าสุด” มากกว่า
  • เส้นจะไว และเกาะราคามากกว่า
  • เหมาะกับเทรดเดอร์ระยะสั้น ต้องการจับจังหวะเร็ว

 

👉 ถ้าอยากเห็นสัญญาณเร็ว เลือก EMA

👉 ถ้าอยากดูภาพรวมชัด ๆ เลือก SMA

ตั้งค่า MA กี่วันดี?

ตัวเลขยอดนิยมที่นักลงทุนใช้กันทั่วโลก

  • 5–10 วัน → แนวโน้มระยะสั้นมาก
  • 20–25 วัน → แนวโน้มประมาณ 1 เดือน
  • 50 วัน → แนวโน้มระยะกลาง (1 ไตรมาส)
  • 200 วัน → เส้นแบ่ง “ตลาดขาขึ้น-ขาลง” ในภาพใหญ่

 

เส้น 200 วัน ถือเป็นเส้นสำคัญที่นักลงทุนรายใหญ่ให้ความสนใจมาก

3 เทคนิคการใช้งาน Moving Average

1️⃣ การใช้งานเส้นค่าเฉลี่ยแบบ 1 เส้น เพื่อระบุแนวโน้ม

  • แนวโน้มขาขึ้น (Uptrend): เมื่อเส้นค่าเฉลี่ยปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง (Slope เป็นบวก)
  • แนวโน้มขาลง (Downtrend): เมื่อเส้นค่าเฉลี่ยปรับตัวลดลงต่อเนื่อง (Slope เป็นลบ)
  • ช่วงพักตัว (Sideways): เมื่อเส้นค่าเฉลี่ยวิ่งราบออกทางด้านข้าง

2️⃣ การงานเส้นค่าเฉลี่ยเพื่อดูแนวรับ-แนวต้าน

แนวรับ (Support): ในเทรนด์ขาขึ้น เส้นค่าเฉลี่ยจะทำหน้าที่รับราคาไว้ เมื่อราคาย่อตัวลงมาแตะเส้นแล้วไม่หลุด แต่มีแรงซื้อทำให้ราคาปรับตัวขึ้นต่อได้

แนวต้าน (Resistance): ในเทรนด์ขาลง เส้นค่าเฉลี่ยจะทำหน้าที่กั้นราคาไว้ เมื่อราคาดีดตัวขึ้นไปชนเส้น (เช่น EMA 200) แล้วไม่สามารถยืนเหนือเส้นได้และร่วงกลับลงมา

3️⃣ ดูการตัดกันของเส้นค่าเฉลี่ย (หาจังหวะเข้า–ออก)

การใช้เส้นค่าเฉลี่ย 2 เส้นมาทำงานร่วมกัน โดยใช้เส้นระยะสั้น (เคลื่อนที่ไว) และเส้นระยะยาว (เคลื่อนที่ช้า) เพื่อหาจังหวะการเปลี่ยนแนวโน้ม

  • จุดเข้าซื้อ: เกิดขึ้นเมื่อเส้นระยะสั้นวิ่งตัด ขึ้น เหนือเส้นระยะยาว
  • จุดขาย: เกิดขึ้นเมื่อเส้นระยะสั้นวิ่งตัด ลง ใต้เส้นระยะยาว

⚠️ ข้อควรระวัง: สัญญาณหลอกในช่วงตลาด Sideways

ในช่วงที่ราคาไม่มีเทรนด์ชัดเจน ราคาจะวิ่งสลับขึ้นลงตัดเส้นค่าเฉลี่ยไปมาบ่อยครั้ง จังหวะนี้จะทำให้เกิด สัญญาณหลอก” (False Signals) ซึ่งอาจทำให้เราเข้าซื้อและขายผิดจังหวะได้บ่อยครั้ง จึงควรระมัดระวังเป็นพิเศษในช่วงที่ตลาดไม่มีทิศทางครับ

อยากเห็นสัญญาณตัดขึ้น-ลงชัดๆ แบบไม่ต้องนั่งเพ่งเอง?

ลองใช้ตัวช่วยใน Aspen ตามขั้นตอนง่ายๆ นี้เลยครับ:

  1. คลิกไอคอน Expert Advisor บนแถบเมนู
  2. พิมพ์ค้นหาคำว่า MAVCO
  3. เลือก Moving Avg. Cross Signal เพื่อเปิดใช้งาน

 

เพียงเท่านี้ ระบบก็จะช่วยแสดงสัญญาณซื้อ-ขายบนกราฟให้คุณทันที พร้อมช่วยให้การตัดสินใจเทรดแม่นยำยิ่งขึ้น

แชร์ไปที่: