ถ้าคุณเคยสงสัยว่า “ตอนนี้ตลาดเป็นขาขึ้นหรือขาลง?” หรือ “ควรเข้าซื้อเลย หรือรอดูจังหวะก่อนดี?” คุณควรรู้จักกับ Moving Average (MA) หรือ “เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่” ซึ่งเป็นหนึ่งในเครื่องมือพื้นฐานที่ช่วยให้นักลงทุนมองเห็นแนวโน้มตลาดได้ชัดเจนขึ้น
MA คือการนำ “ราคาย้อนหลังหลายวัน” มาคำนวณเป็นค่าเฉลี่ย แล้วแสดงผลออกมาเป็นเส้นบนกราฟทำให้เรามองเห็นภาพรวมของราคาได้ง่ายขึ้นว่า กำลังอยู่ในขาขึ้น (Uptrend), ขาลง (Downtrend) หรือแกว่งตัวออกข้าง (Sideways)
1️⃣ SMA (Simple Moving Average)
2️⃣ EMA (Exponential Moving Average)
👉 ถ้าอยากเห็นสัญญาณเร็ว เลือก EMA
👉 ถ้าอยากดูภาพรวมชัด ๆ เลือก SMA
ตัวเลขยอดนิยมที่นักลงทุนใช้กันทั่วโลก
เส้น 200 วัน ถือเป็นเส้นสำคัญที่นักลงทุนรายใหญ่ให้ความสนใจมาก
1️⃣ การใช้งานเส้นค่าเฉลี่ยแบบ 1 เส้น เพื่อระบุแนวโน้ม
2️⃣ การงานเส้นค่าเฉลี่ยเพื่อดูแนวรับ-แนวต้าน
แนวรับ (Support): ในเทรนด์ขาขึ้น เส้นค่าเฉลี่ยจะทำหน้าที่รับราคาไว้ เมื่อราคาย่อตัวลงมาแตะเส้นแล้วไม่หลุด แต่มีแรงซื้อทำให้ราคาปรับตัวขึ้นต่อได้
แนวต้าน (Resistance): ในเทรนด์ขาลง เส้นค่าเฉลี่ยจะทำหน้าที่กั้นราคาไว้ เมื่อราคาดีดตัวขึ้นไปชนเส้น (เช่น EMA 200) แล้วไม่สามารถยืนเหนือเส้นได้และร่วงกลับลงมา
3️⃣ ดูการตัดกันของเส้นค่าเฉลี่ย (หาจังหวะเข้า–ออก)
การใช้เส้นค่าเฉลี่ย 2 เส้นมาทำงานร่วมกัน โดยใช้เส้นระยะสั้น (เคลื่อนที่ไว) และเส้นระยะยาว (เคลื่อนที่ช้า) เพื่อหาจังหวะการเปลี่ยนแนวโน้ม
ในช่วงที่ราคาไม่มีเทรนด์ชัดเจน ราคาจะวิ่งสลับขึ้นลงตัดเส้นค่าเฉลี่ยไปมาบ่อยครั้ง จังหวะนี้จะทำให้เกิด “สัญญาณหลอก” (False Signals) ซึ่งอาจทำให้เราเข้าซื้อและขายผิดจังหวะได้บ่อยครั้ง จึงควรระมัดระวังเป็นพิเศษในช่วงที่ตลาดไม่มีทิศทางครับ
ลองใช้ตัวช่วยใน Aspen ตามขั้นตอนง่ายๆ นี้เลยครับ:
เพียงเท่านี้ ระบบก็จะช่วยแสดงสัญญาณซื้อ-ขายบนกราฟให้คุณทันที พร้อมช่วยให้การตัดสินใจเทรดแม่นยำยิ่งขึ้น
ไทยเควสท์ ใช้คุกกี้ (Cookies) เพื่อมอบประสบการณ์การใช้งานที่ดีที่สุดบนเว็บไซต์ รวมทั้งเพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งาน ท่านสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายคุกกี้