วิธีใช้ MACD วิเคราะห์แนวโน้ม: เส้นศูนย์, Signal Crossover, Divergence

บทความโดย เอิร์ท ภาสวุฒิ

เคยไหมครับ? เปิดกราฟหุ้นขึ้นมาแล้วเจออินดิเคเตอร์ที่ชื่อว่า MACD มีทั้งเส้นยึกยือ 2 เส้น แถมยังมีแท่งกราฟข้างล่างอีก พอเห็นเส้นตัดกันปุ๊บก็รีบเข้าซื้อเพราะนึกว่าหุ้นจะขึ้น แต่กลายเป็นว่า… ตัดขึ้นแล้วร่วง ตัดลงแล้วเด้ง จนเริ่มไม่แน่ใจว่าเครื่องมือนี้ใช้ได้จริงหรือเปล่า?

 

บทความนี้จะพาคุณไปทำความรู้จัก MACD แบบเจาะลึกแต่เข้าใจง่าย พร้อมวิธีใช้งานที่ไม่ให้โดนตลาดหลอกครับ

MACD คืออะไร?

MACD ย่อมาจาก Moving Average Convergence Divergence เป็นเครื่องมือยอดฮิตที่ช่วยบอกเรา 2 เรื่องสำคัญคือ:

  1. แนวโน้ม (Trend): ราคากำลังเป็นขาขึ้นหรือขาลง
  2. โมเมนตัม (Momentum): แรงส่งของราคากำลังเพิ่มขึ้นหรือหมดแรง

 

หลักการทำงานของมันคือการเปรียบเทียบ ค่าเฉลี่ยระยะสั้น กับ ค่าเฉลี่ยระยะยาว เพื่อดูว่าพลังขับเคลื่อนของราคานั้นเป็นอย่างไร

3 องค์ประกอบของ MACD ที่ต้องรู้

เพื่อให้ดูเข้าใจง่าย ลองมอง MACD ประกอบด้วย 3 ส่วนหลัก ดังนี้ครับ:

    1. เส้น MACD (เส้นเร็ว): เกิดจาก EMA(12) − EMA(26)
    2. เส้น Signal (เส้นช้า): เกิดจาก EMA(9) ของเส้น MACD
    3. Histogram (แท่งภูเขา): คือค่าความห่างระหว่างเส้น MACD กับ Signal หรือ (MACD ลบ Signal)

3 วิธีวิเคราะห์ MACD

1. ดู Zero Line (เส้นศูนย์แบ่งนรก-สวรรค์)

เส้นศูนย์ (0) คือเส้นแบ่งเขตแดนสำคัญที่สุดของ MACD ครับ

  • MACD อยู่เหนือ 0 (แดนบวก): ภาพรวมเป็นเทรนด์ ขาขึ้น แรงซื้อได้เปรียบ
  • MACD อยู่ใต้ 0 (แดนลบ): ภาพรวมเป็นเทรนด์ ขาลง แรงขายได้เปรียบ

ทริคสำคัญ: สัญญาณซื้อจะเกิดขึ้นตอน MACD ตัดขึ้น เหนือ 0″ และ สัญญาณขายจะเกิดขึ้นเมื่อ MACD ตัดลง ใต้ 0″

2. ดูจุดตัด (Crossover) ระหว่าง MACD และ Signal

นี่คือท่ามาตรฐานที่ทุกคนต้องรู้ แต่ต้องระวัง!

  • MACD ตัดขึ้น เหนือเส้น Signal: สัญญาณบวก โมเมนตัมเริ่มมา (Bullish)
  • MACD ตัดลง ต่ำกว่าเส้น Signal: สัญญาณลบ โมเมนตัมเริ่มหมด (Bearish)

 

ข้อควรระวัง: คำว่า “ตัด” ไม่ได้แปลว่าจะกลับตัวเสมอไป ให้ใช้ดูร่วมกับแนวโน้มหลัก ถ้าเทรดตามเทรนด์ขาขึ้น จะมีโอกาสเกิดสัญญาณหลอกได้น้อยกว่าครับ

3. ดูสัญญาณเตือนภัย Divergence (สัญญาณขัดแย้ง)

Divergence (ไดเวอร์เจนซ์) คือภาวะที่ “ราคา” กับ “อินดิเคเตอร์” ขัดแย้งกัน หรือวิ่งสวนทางกัน

  • Bullish Divergence (เตรียมกลับตัวขึ้น):
    • ราคาทำ Low ต่ำลง (ถูกลงเรื่อยๆ)
    • แต่ MACD ยก Low สูงขึ้น (แรงขายเริ่มหมด)
  • Bearish Divergence (เตรียมกลับตัวลง):
    • ราคาทำ High สูงขึ้น (แพงขึ้นเรื่อยๆ)
    • แต่ MACD ทำ High ต่ำลง (แรงซื้อเริ่มหมด)

 

Note: Divergence คือสัญญาณ เตือน ไม่ใช่สัญญาณ ยืนยัน ควรอ่านคู่กับการ Breakout เส้นแนวโน้ม หรือแนวรับ-ต้าน เพื่อความชัวร์

🔔 อยากเรียนรู้การใช้งาน MACD ให้ดูเป็น-ใช้เป็น ใช่ไหม?

หลายคนสับสนเส้น MACD/Signal/Histogram และเจอปัญหา “ตัดขึ้นแล้วร่วง–ตัดลงแล้วเด้ง” มาเสริมพื้นฐานอ่านแรงซื้อขาย + บริบทเทรนด์ (แท่งเทียน/Volume/Multi-Timeframe) เพื่อลดสัญญาณหลอกครับ

 

ขอแนะนำคอร์ส: “ปูพื้นฐานเทคนิคอลครบสูตร อ่านกราฟ-ตีเส้น-คัดหุ้น” สอนสดออนไลน์ 10 ชั่วโมงเต็ม โดย คุณเอิร์ท (ภาสวุฒิ เลิศมัธยะกุล)

 

สิ่งที่คุณจะได้รับจากคอร์สนี้:

✅ Day 1: อ่านอารมณ์ตลาดผ่านแท่งเทียน (Candlestick)

✅ Day 2: ตีเทรนด์ไลน์และหาแนวรับ-แนวต้านที่ใช้งานได้จริง

✅ Day 3: อ่านแรงซื้อ-ขายด้วย Volume & Multi-Timeframe

✅ Day 4: คัดหุ้นและวางแผนเทรดด้วย MAV, MACD, RSI, Sto

 

📅 เรียนวันที่: 14, 17, 19, 21 ก.พ. 69 (ดูย้อนหลังได้ 3 เดือน)

🎁 พิเศษ! รับสิทธิ์ใช้งาน Aspen Pro ฟรี 1 เดือนเต็ม เพื่อฝึกเทรดจริง

 

👉 สนใจสมัครหรือสอบถามรายละเอียด:

LINE ID: @thaiquest

โทร: 02-651-4747 กด 1

แชร์ไปที่: