Guppy Multiple Moving Average (GMMA) คืออะไร? สรุปกลยุทธ์เทรดตามเทรนด์ด้วย EMA 12 เส้น

บทความโดย เอิร์ท ภาสวุฒิ

บทความนี้จะพามารู้จักเครื่องมือทางเทคนิคที่ออกแบบมาเพื่อ “อ่านพฤติกรรมราคา” ทั้งระยะสั้นและระยะยาวในภาพเดียว เหมาะสำหรับนักเทรดสาย Trend Following ที่ต้องการความแม่นยำในการมองแนวโน้ม และ หาจังหวะซื้อ-ขาย

GMMA คืออะไร?

Guppy Multiple Moving Average (GMMA) คือ อินดิเคเตอร์ที่พัฒนาโดย Daryl Guppy เพื่อใช้จับจังหวะการเทรดและยืนยันแนวโน้มที่แข็งแกร่ง

 

Concept ของ GMMA: หลักการทำงานไม่ใช่การสร้างสูตรคำนวณใหม่ที่ซับซ้อน แต่เป็นการเปลี่ยน “มุมมอง” ในการใช้เส้นค่าเฉลี่ย

 

แทนที่จะพิจารณาจุดตัดของเส้นค่าเฉลี่ยเพียง 2 เส้น (Simple Crossover) GMMA เลือกใช้เส้น EMA ถึง 12 เส้น ทำงานร่วมกันเป็นกลุ่ม เพื่ออ่านภาพรวมของ โมเมนตัม (ระยะสั้น) และ เทรนด์ (ระยะยาว) ช่วยลดความผันผวนและสัญญาณหลอก (False Signal) ที่มักเกิดขึ้นในการดูเส้นเดี่ยวๆ

องค์ประกอบของ GMMA (EMA 12 เส้น)

GMMA แบ่งกลุ่มเส้นค่าเฉลี่ยออกเป็น 2 กลุ่มหลัก เพื่อสะท้อนพฤติกรรมของผู้เล่นในตลาด 2 กลุ่ม คือ:

  1. กลุ่มเส้นสั้น (Short-term Group) – ตัวแทนของ “นักเก็งกำไร” ใช้สำหรับติดตามความผันผวนของราคาและโมเมนตัมระยะสั้น
    • ประกอบด้วย EMA: 3, 5, 8, 10, 12, 15
  1. กลุ่มเส้นยาว (Long-term Group) – ตัวแทนของ “นักลงทุน” ใช้สำหรับกำหนดทิศทางแนวโน้มหลักและแนวรับ-แนวต้านที่มีนัยสำคัญ
    • ประกอบด้วย EMA: 30, 35, 40, 45, 50, 60

3. การตีความและหาสัญญาณซื้อขาย

เมื่อนำเส้นทั้ง 12 เส้นมาซ้อนทับกันบนกราฟราคา จะสามารถอ่านสภาวะตลาดได้ดังนี้:

การระบุแนวโน้ม (Trend Identification)

  • 📈 แนวโน้มขาขึ้น (Bullish): กลุ่มเส้นสั้นเคลื่อนที่ เหนือ กลุ่มเส้นยาว และทั้งสองกลุ่มมีการฉีกตัวออกจากกัน (Expansion)
  • 📉 แนวโน้มขาลง (Bearish): กลุ่มเส้นสั้นเคลื่อนที่ ต่ำกว่า กลุ่มเส้นยาว
  • ⚠️ สภาวะพักตัว/ไร้ทิศทาง (Sideways): กลุ่มเส้นสั้นและกลุ่มเส้นยาว พันกัน หรือเคลื่อนที่แนบชิดกัน แสดงว่าตลาดยังขาดความชัดเจน

สัญญาณซื้อ-ขาย (Trading Signals)

  • 🟢 สัญญาณซื้อ: เกิดขึ้นเมื่อกลุ่มเส้นสั้นรวบตัวกันแล้ว “ตัดขึ้น” ทะลุผ่านกลุ่มเส้นยาว
  • 🔴 สัญญาณขาย: เกิดขึ้นเมื่อกลุ่มเส้นสั้นรวบตัวกันแล้ว “ตัดลง” ต่ำกว่ากลุ่มเส้นยาว

4. จุดสังเกต: GMMA ดีกว่าเส้นค่าเฉลี่ย 2 เส้นอย่างไร?

คำถามสำคัญคือ ทำไมต้องใช้ถึง 12 เส้น ในเมื่อ 2 เส้นก็บอกจุดตัดได้?

ความได้เปรียบของ GMMA:

  1. วัดระดับความแข็งแกร่งของเทรนด์: ระยะห่างระหว่างกลุ่มเส้นสั้นและกลุ่มเส้นยาว สามารถบอกพลังของเทรนด์ได้ หากห่างกันมาก แสดงว่าเทรนด์นั้นแข็งแกร่ง
  2. กรองสัญญาณหลอก (Noise Filtering): ในสภาวะตลาดผันผวน เส้นค่าเฉลี่ยแบบเดิมมักตัดขึ้นลงบ่อยครั้ง แต่ GMMA จะแสดงภาพการ “พันกัน” ของเส้น ซึ่งเป็นสัญญาณที่บอกตลาดกำลังอยู่ในช่วง Sideway

🔔 เข้าใจ GMMA แล้ว... แต่ยังหา "จุดเข้า" ไม่คมใช่ไหม?

อย่าฝากความหวังไว้แค่เส้นค่าเฉลี่ย มาเติมอาวุธให้ครบมือด้วยการ “อ่านแท่งเทียน” “ดู Volume” และ “ใช้อินดิเคเตอร์เสริม” เพื่อยืนยันสัญญาณเทรดที่แม่นยำกว่า เลิกเดากราฟ… แล้วมาปูพื้นฐานให้แน่นปึ้ก!

 

ขอแนะนำคอร์ส: “ปูพื้นฐานเทคนิคอลครบสูตร อ่านกราฟ-ตีเส้น-คัดหุ้น” สอนสดออนไลน์ 10 ชั่วโมงเต็ม โดย คุณเอิร์ท (ภาสวุฒิ เลิศมัธยะกุล)

สิ่งที่คุณจะได้รับจากคอร์สนี้:

 

✅ Day 1: อ่านอารมณ์ตลาดผ่านแท่งเทียน (Candlestick)

✅ Day 2: ตีเทรนด์ไลน์และหาแนวรับ-แนวต้านที่ใช้งานได้จริง

✅ Day 3: อ่านแรงซื้อ-ขายด้วย Volume & Multi-Timeframe

✅ Day 4: คัดหุ้นและวางแผนเทรดด้วย MAV, MACD, RSI, Sto

 

📅 เรียนวันที่: 14, 17, 19, 21 ก.พ. 69 (ดูย้อนหลังได้ 3 เดือน)

🎁 พิเศษ! รับสิทธิ์ใช้งาน Aspen Pro ฟรี 1 เดือนเต็ม เพื่อฝึกเทรดจริง

💥 โปรโมชั่น Early Bird! เพียง 3,500 บาท (จากปกติ 4,000 บาท) เมื่อสมัครภายในวันที่ 6 ก.พ. 69 นี้เท่านั้น!

👉 สนใจสมัครหรือสอบถามรายละเอียด:

LINE ID: @thaiquest

โทร: 02-651-4747 กด 1

แชร์ไปที่: