ตราสารหนี้: ตัวช่วยลดความผันผวนของพอร์ตการลงทุน

บทความโดย เอิร์ท ภาสวุฒิ

หุ้นอย่างเดียวพอไหม? ทำไมหลายพอร์ตมีตราสารหนี้ เวลาพูดถึงการลงทุน หลายคนมักนึกถึง “หุ้น” เป็นหลัก เพราะมีโอกาสสร้างผลตอบแทนสูง แต่ถ้ามองในระยะยาว การลงทุนที่มีแค่หุ้นเพียงอย่างเดียว อาจทำให้พอร์ตผันผวนแรงเกินไปได้

ตราสารหนี้จึงเข้ามามีบทบาทในฐานะตัวช่วยลดความผันผวนของพอร์ต โดยราคามักไม่ขึ้น–ลงแรงเหมือนหุ้น ซึ่งแม้ผลตอบแทนอาจไม่หวือหวา แต่ก็ช่วยให้ภาพรวมของพอร์ตนิ่งขึ้นและแกว่งน้อยลง

 

หากเปรียบพอร์ตการลงทุนเป็นรถยนต์ หุ้นคือเครื่องยนต์ที่ช่วยเร่งความเร็ว ส่วนตราสารหนี้คือเข็มขัดนิรภัยที่ช่วยลดแรงกระแทกเวลาถนนขรุขระ ดังนั้นในช่วงที่ตลาดหุ้นผันผวนหรือให้ผลตอบแทนไม่ดี ตราสารหนี้จะช่วยประคองพอร์ตและลดการแกว่งโดยรวมได้ จึงมักถูกนำมาใช้เป็นส่วนหนึ่งของการจัดพอร์ตการลงทุนเสมอ

แล้วหุ้นกับตราสารหนี้ในพอร์ตมักแบ่งสัดส่วนกันอย่างไร? แนวคิดง่าย ๆ ที่นักลงทุนจำนวนมากใช้เป็นจุดเริ่มต้น คือ “100 Minus Age Rule” โดยนำเลข 100 ลบด้วยอายุ จะได้สัดส่วนหุ้นในพอร์ต เช่น อายุ 30 ปี จะอยู่ราวหุ้น 70% และตราสารหนี้ 30%

ทั้งนี้ แนวคิดดังกล่าวเป็นเพียงกรอบคร่าว ๆ การจัดพอร์ตจริงยังขึ้นอยู่กับระดับความเสี่ยงที่รับได้ และเป้าหมายการลงทุนของแต่ละคนเป็นหลัก

เลือกกองทุนตราสารหนี้ให้ตรงเป้า ด้วย Fund Screener ใน Aspen

Fund Screener ใน Aspen ช่วยคัดกองทุนตราสารหนี้ตามเงื่อนไข ไม่ว่าจะเป็นตราสารหนี้ไทยหรือต่างประเทศ กองทุนที่มีการจ่ายปันผล หรือกองทุนเพื่อการลดหย่อนภาษี พร้อมเปรียบเทียบผลตอบแทนย้อนหลังได้ในหน้าเดียว

แชร์ไปที่: