ชนวนเหตุ: ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศสิ้นสุดข้อตกลงหยุดยิงกับอิหร่านและขู่โจมตีระลอกใหม่ ดับความหวังเรื่องสันติภาพ
การตอบโต้จากอิหร่าน: ขู่ปิดช่องแคบฮอร์มุซและโจมตีเป้าหมายกลับเป็น 2 เท่าหากถูกสหรัฐฯ โจมตีก่อน
ผลกระทบ: ราคาน้ำมันดิบพุ่งสูงขึ้น ส่งผลให้ตลาดกังวลเรื่อง “ภาวะเงินเฟ้อ” ซึ่งอาจบีบให้เฟดเดินหน้านโยบายการเงินที่เข้มงวดขึ้น (CME FedWatch เผยนักลงทุนให้น้ำหนักถึง 69% ที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยในเดือน ก.ย.)
ดัชนีดาวโจนส์ (DJI.X): ปิดที่ 52,348.39 จุด ร่วงลง 576.76 จุด (-1.09%)
ดัชนี S&P500 (SP500.X): ปิดที่ 7,482.71 จุด ลดลง 21.14 จุด (-0.28%)
ดัชนี Nasdaq (NASDAQ.X): ปิดที่ 25,870.65 จุด เพิ่มขึ้น 51.96 จุด (+0.20%) ปิดบวกสวนตลาดจากแรงหนุนกลุ่มชิป
หุ้นกลุ่มพลังงาน: พุ่งขึ้น 1.45% รับอานิสงส์ราคาน้ำมันดิบขาขึ้น
Broadcom (AVGO): พุ่งขึ้น 4.8% หลัง Apple ประกาศแผนใช้จ่ายกว่า 3 หมื่นล้านดอลลาร์ในข้อตกลงซื้อชิป
Nvidia (NVDA): พุ่งขึ้น 3.65% หลังมีข่าวว่ารัฐบาลจีนเตรียมอนุญาตให้บริษัท AI จีนซื้อชิปรุ่น H200 ได้ในจำนวนจำกัด
ดัชนีเซมิคอนดักเตอร์ฟิลาเดลเฟีย: ดีดตัวขึ้น 2.23% หลังดิ่งแรงในวันก่อนหน้า
กลุ่มวัสดุ และ กลุ่มการเงิน: ร่วงลงหนักที่สุด 2.5% และ 1.92% ตามลำดับ
กลุ่มเทคโนโลยีขนาดใหญ่: Meta Platforms (-2%), Microsoft (-1%+), Alphabet (-1%+)
SpaceX: ร่วงลง 0.8% ปิดที่ 148.38 ดอลลาร์ (ระดับต่ำสุดนับเข้าตลาดเมื่อ 12 มิ.ย.)
กลุ่มท่องเที่ยว (ไวต่อราคาน้ำมัน): Carnival (-3.9%), Norwegian Cruise Line (-1.9%), United Airlines และ Delta Air Lines ร่วงลงกว่า 1%
ปี 2569: คาดขยายตัวเพียง 3.0% (ลดลงจากคาดการณ์เดิมที่ 3.1% และต่ำกว่าปี 2565 ที่ 3.5%) เนื่องจากได้รับผลกระทบจากสงครามในตะวันออกกลาง
ปี 2570: คาดจะฟื้นตัวสู่ระดับ 3.4% โดยมีแรงขับเคลื่อนจากวัฏจักรเทคโนโลยีและการนำ AI มาใช้อย่างแพร่หลาย
สถานะปัจจุบัน: ปรับฐานลงแรง หลุดใต้เส้นค่าเฉลี่ย 5 และ 10 วัน เพื่อลดภาวะ Overbought (ซื้อมากเกินไป)
สัญญาณเตือน: เครื่องมือ Stochastic %K ตัดใต้ %D เป็นวันแรก
สิ่งที่ต้องจับตา: ลุ้นว่าจะย่อตัวลงมาทดสอบ เส้นค่าเฉลี่ย 25 วัน (51,742 – 51,673 จุด) หรือไม่ หากหลุดต่ำกว่านี้ เสี่ยงที่จะเปลี่ยนเป็น “แนวโน้มขาลง”
แนวรับถัดไป: ใกล้เคียงระดับ 50,000 จุด
สถานะปัจจุบัน: ปรับลงรุนแรง 27.88 จุด (-1.74%) หลุดใต้เส้นค่าเฉลี่ย 5 และ 10 วัน เพื่อลดภาวะ Overbought เช่นกัน
สัญญาณเตือน: Stochastic %K ตัดใต้ %D เป็นวันแรก
สิ่งที่ต้องจับตา: ปลายสัปดาห์นี้ถึงสัปดาห์หน้า ลุ้นว่าจะหลุด เส้นค่าเฉลี่ย 25 วัน (1,575 จุด) หรือไม่ หากหลุดจุดนี้ เสี่ยงพลิกเป็น “แนวโน้มขาลง”
แนวรับถัดไป: 1,550 และ 1,536 จุด
ราคาทองคำปิดลบ $75 (ปิดที่ 4,082.40 ดอลลาร์/ออนซ์) เนื่องจากความกังวลว่าสงครามจะดันราคาน้ำมันและเงินเฟ้อสูงขึ้น จนทำให้เฟดต้องคงดอกเบี้ยระดับสูง
แนวโน้มทางเทคนิค (SPOT Gold): ยังคงเป็นขาลง
แม้มีจังหวะรีบาวด์สั้นๆ จากภาวะ Oversold แต่ไม่สามารถผ่านแนวต้านเส้นค่าเฉลี่ย 25 วันได้ ล่าสุดย่อตัวหลุดเส้นค่าเฉลี่ยทุกเส้นอีกครั้ง Stochastic %K ตัดใต้ %D เป็นวันแรก และ MACD ยังอยู่ใต้ระดับศูนย์
สิ่งที่ต้องจับตา: ลุ้นว่าจะหลุดแนวรับสำคัญที่ 4,000 ดอลลาร์ หรือไม่ หากหลุด มีโอกาสลงไปทดสอบจุดต่ำสุดเดิมที่ 3,945 ดอลลาร์ ซึ่งหากหลุดแนวรับนี้ ขาลงจะยังไม่จบง่ายๆ
เมื่อ Dow Jones, SET และทองคำ ต่างกำลังยืนอยู่บนแนวรับสำคัญ การรู้ว่า จังหวะไหนควรรอ จังหวะไหนควรซื้อ และจังหวะไหนควรตัดขาดทุน คือทักษะที่นักลงทุนทุกคนควรมี
หากคุณอยากเรียนรู้การวิเคราะห์กราฟจากสถานการณ์จริง พร้อมเข้าใจการใช้อินดิเคเตอร์อย่าง MAV, MACD, RSI และ Stochastic เพื่อวางแผนลงทุนอย่างเป็นระบบ คอร์ส “อ่านกราฟเป็น เทรดได้จริง” จะพาคุณฝึกตั้งแต่พื้นฐานจนสามารถนำไปใช้กับตลาดจริงได้
ไทยเควสท์ ใช้คุกกี้ (Cookies) เพื่อมอบประสบการณ์การใช้งานที่ดีที่สุดบนเว็บไซต์ รวมทั้งเพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งาน ท่านสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายคุกกี้