ดาวโจนส์-SET-ทองคำ สัปดาห์นี้ เล่นทิศทางไหนให้รอด?

บทความโดย ช.โชติวงศ์

chor-article-260716

ภาวะตลาดหุ้นนิวยอร์ก (ปิดวันพุธ 15 ก.ค.)

ตลาดปิดบวกถ้วนหน้า ขานรับตัวเลขเงินเฟ้อผู้ผลิต (PPI) ที่ชะลอตัวเกินคาด ทำให้ความกังวลดอกเบี้ยเฟดลดลง ประกอบกับแรงหนุนจากผลประกอบการไตรมาส 2/2569 ที่แข็งแกร่ง

ดาวโจนส์ (DJI): ปิด 52,658.64 จุด (+150.37 จุด หรือ +0.29%)

S&P500: ปิด 7,572.40 จุด (+28.81 จุด หรือ +0.38%)

Nasdaq: ปิด 26,269.23 จุด (+162.22 จุด หรือ +0.62%)

ปัจจัยขับเคลื่อนสำคัญ:

เงินเฟ้อผู้ผลิตชะลอตัว: ดัชนี PPI เดือนมิ.ย. อยู่ที่ +5.5% (คาดไว้ +6.2%) และ Core PPI อยู่ที่ +4.7% (คาดไว้ +5.2%) ส่งผลให้ FedWatch Tool ชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนักเหลือเพียง 10.2% ที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมปลายเดือนก.ค. นี้

สรุปมุมมองทางเทคนิค (ดาวโจนส์ / SET / ทองคำ)

ดาวโจนส์ (Dow Jones) — แนวโน้มเป็นบวก

สถานะ: ดีดตัวกลับขึ้นมายืนเหนือเส้นค่าเฉลี่ย (EMA) ทุกเส้น

เครื่องมือเทคนิค: MACD อยู่เหนือศูนย์และจ่อตัดขึ้นเหนือเส้น Signal, Stochastic %K ตัดเหนือ %D วันแรก โดยที่ RSI ยังไม่เข้าเขตซื้อมากเกินไป (Overbought)

เป้าหมาย: กำลังเดินหน้าทดสอบยอดเดิม (High เดิม) ที่ระดับ 53,289 จุด

หุ้นไทย (SET Index) — เริ่มตึงตัว ระวังแรงย่อ

สถานะ: ปิดบวกแต่มีความน่ากังวล เนื่องจากราคาปิดต่ำกว่าราคาเปิด (เกิดแท่งเทียนเชิงลบ) แม้จะยังยืนเหนือเส้นค่าเฉลี่ยทุกเส้นได้อยู่

เครื่องมือเทคนิค: Stochastic อยู่ในภาวะ Overbought ต่อเนื่องเป็นวันที่ 2

กลยุทธ์: ระวังการปรับฐานระยะสั้น (ไม่ทรงก็ลง) หากย่อตัวลงมา ไม่ควรหลุดแนวรับเส้น 10 วันที่ 1,610 จุด เพื่อรักษาโครงสร้างขาขึ้น หากรับอยู่มีเป้าหมายถัดไปที่ 1,660 จุด

ทองคำ (Spot Gold) — ขาลง พยายามสร้างฐาน

สถานะ: ทางเทคนิคยังคงเป็น ขาลง ราคายังวิ่งอยู่ใต้เส้นค่าเฉลี่ยทุกเส้น

เครื่องมือเทคนิค: MACD อยู่ใต้ศูนย์แต่ยังยืนเหนือเส้น Signal ราคาพยายามแกว่งตัวออกข้าง (Sideway) เพื่อสร้างฐานราคาใหม่

จุดเปลี่ยนสำคัญ:

กรณีกลับตัว: ต้องทะลุยืนเหนือยอด 4,200 ดอลลาร์ ให้ได้ถึงจะเปลี่ยนเป็นขาขึ้น

กรณีลงต่อ: หากหลุดแนวรับต่ำสุดเดิมที่ 3,945 ดอลลาร์ จะเป็นการยืนยันว่าขาลงยังไม่จบ

อัปเดตสถานการณ์สงคราม "อิหร่าน vs สหรัฐฯ-อิสราเอล" (ล่าสุด ก.ค. 2569)

แม้ว่าในช่วงกลางเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา สหรัฐฯ และอิหร่านจะมีการลงนามข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราวผ่านการยืดหยุ่นและการเจรจา แต่ล่าสุด ข้อตกลงหยุดยิงได้ล่มสลายลงโดยสิ้นเชิง สถานการณ์กลับมาทวีความรุนแรงและตึงเครียดขั้นสุดในสัปดาห์นี้

วิกฤตช่องแคบฮอร์มุซ: ข้อพิพาทปะทุขึ้นอีกครั้งหลังเกิดการโจมตีเรือพาณิชย์ ส่งผลให้ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศว่า “ข้อตกลงหยุดยิงสิ้นสุดลง” และสั่งให้กองทัพสหรัฐฯ กลับมาทำการปิดล้อมทางทะเล (Naval Blockade) ต่อท่าเรือของอิหร่าน พร้อมเข้าควบคุมความปลอดภัยในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางเดินเรือน้ำมันที่สำคัญของโลก

การตอบโต้ทางทหารอย่างดุเดือด: กองทัพสหรัฐฯ (CENTCOM) ได้เปิดฉากโจมตีทางอากาศระลอกใหม่ใส่เป้าหมายทางการทหารในหลายเมืองของอิหร่าน เพื่อทำลายขีดความสามารถในการโจมตีเรือพาณิชย์

อิหร่านประกาศกร้าวไม่ยอมถอย: ทางด้านกองทัพพิทักษ์ปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน (IRGC) แถลงล่าสุด (16 ก.ค.) ว่า ปฏิบัติการของอิหร่านในตอนนี้จะมุ่งเป้าไปที่ การทำลายโครงสร้างพื้นฐานเชิงรุกทั้งหมดของสหรัฐฯ ในภูมิภาคตะวันออกกลาง และขู่ว่าจะปิดช่องแคบฮอร์มุซอย่างถาวรจนกว่าสหรัฐฯ จะยอมรับเงื่อนไข

ผลกระทบต่อตลาดทุน: แม้ตลาดหุ้นนิวยอร์กจะปิดบวกจากปัจจัยเงินเฟ้อและกำไรบริษัทจดทะเบียนในประเทศ แต่สถานการณ์สงครามรอบใหม่นี้กำลังสร้างแรงกดดันต่อราคาน้ำมันดิบและสินทรัพย์ปลอดภัย ซึ่งนักลงทุนต้องติดตามอย่างใกล้ชิด เนื่องจากอาจเกิดความผันผวนของราคาพลังงานทั่วโลกได้ทุกเมื่อ

ตลาดจะขึ้นหรือลง ไม่ใช่สิ่งที่เราควบคุมได้ แต่การอ่านกราฟให้เข้าใจ คือสิ่งที่นักลงทุนทุกคนฝึกได้

หากคุณอยากรู้ว่า…

  • ตลาดแบบไหนควร “ซื้อ” และตลาดแบบไหนควร “รอ”
  • จะดูสัญญาณกลับตัวจาก EMA, MACD, RSI และ Stochastic อย่างไร
  • จะวางแนวรับ แนวต้าน และ Stop Loss ให้เป็นระบบ ไม่ใช่อาศัยการคาดเดา
  • วิเคราะห์หุ้นไทย หุ้นต่างประเทศ และทองคำจากกราฟจริงได้ด้วยตัวเอง

คอร์ส “อ่านกราฟเป็น เทรดได้จริง” จะพาคุณเรียนตั้งแต่พื้นฐาน ไปจนถึงการประยุกต์ใช้กับสถานการณ์ตลาดจริง ผ่าน Workshop และการวิเคราะห์กราฟด้วย Aspen Pro

📅 เรียนสดออนไลน์ 3, 5, 7 และ 9 สิงหาคม 2569 (รวม 12 ชั่วโมง)
🎁 ฟรี Aspen Pro 1 เดือน พร้อมดูย้อนหลังได้ 3 เดือน
🔥 Early Bird 4,900 บาท (จากปกติ 5,900 บาท)

📲 สมัครหรือสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ LINE: @ThaiQuest
📞 โทร. 02-651-4747

แชร์ไปที่: